ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) คือเทคโนโลยีที่มีความสำคัญและกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในยุคปัจจุบัน AI หมายถึงการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ที่สามารถเรียนรู้และประมวลผลข้อมูลได้โดยอัตโนมัติ โดยระบบ AI มีความสามารถในการทำความเข้าใจข้อมูล ประมวลผล และออกแบบเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งาน อีกทั้งยังสามารถวิเคราะห์ข้อมูลและตัดสินใจได้ในลักษณะที่คล้ายคลึงกับการทำงานของมนุษย์
ประเภทของ Artificial intelligence (AI) มีอะไรบ้าง ?

1. Machine Learning (ML)
โมเดลทางคอมพิวเตอร์ที่สามารถเรียนรู้ และปรับปรุงความแม่นยำได้ด้วยตนเองจากข้อมูลที่มนุษย์ใส่ข้อมูล
2. Deep Learning
รูปแบบของ AI ที่ใช้โครงข่ายประสาทเทียม (Neural Network) เพื่อเรียนรู้ และสร้างโมเดลการจำแนกหรือการทำนายที่มีความซับซ้อน
3. Natural Language Processing (NLP)
การประมวลผลภาษาของมนุษย์ เพื่อเข้าใจความหมาย และแปลความหมายเป็นข้อมูลที่เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจได้
3. Natural Language Processing (NLP)
การประมวลผลภาษาของมนุษย์ เพื่อเข้าใจความหมาย และแปลความหมายเป็นข้อมูลที่เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจได้
จุดประสงค์ของการใช้งาน AI คืออะไร?
คือการช่วยให้มนุษย์สามารถตัดสินใจในเรื่องที่ซับซ้อนได้ง่ายขึ้น โดย AI มีความสามารถในการสกัดข้อมูลและนำเสนอในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ช่วยให้มนุษย์ประหยัดเวลาและลดภาระงานลง นอกจากนี้ AI ยังสามารถเข้ามาทำงานในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อชีวิต เช่น งานก่อสร้างตึก การทดลองทางวิทยาศาสตร์ หรือการทำการตลาด ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
ในปี 2023 การใช้ AI ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการตลาด เนื่องจาก AI สามารถลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงข้อมูลและความรู้ อีกทั้งยังช่วยประหยัดเวลาให้มนุษย์สามารถมุ่งเน้นไปที่งานอื่นที่สำคัญกว่า การนำ AI มาใช้ในเชิงพาณิชย์นี้ จำเป็นต้องอาศัยการพัฒนาและวิจัยเพื่อให้เทคโนโลยีสอดคล้องกับความต้องการและลักษณะงานที่มนุษย์มอบหมายให้ AI ดำเนินการ

ประโยชน์ของ AI มีอะไรบ้าง ?
ในปัจจุบัน AI ได้ก้าวข้ามขอบเขตการทำงานเดิมของคอมพิวเตอร์ ช่วยให้ชีวิตมนุษย์ง่ายขึ้นอย่างมาก AI ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนด้วยซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ช่วยให้เครื่องจักรทำงานได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถปฏิบัติงานในลักษณะที่คล้ายคลึงกับมนุษย์ได้ จึงถือเป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่สำคัญสำหรับการพัฒนาและความก้าวหน้าของยุคต่อไป
เทคโนโลยี AI ได้นำไปสู่ระบบอัตโนมัติแบบครบวงจร (end-to-end automation) และการประสานงานในกระบวนการที่ซับซ้อนต่างๆ ลดข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตามข้อมูลจากบริษัท Accenture ได้กล่าวว่า AI มีประโยชน์หลากหลายขึ้นอยู่กับการนำไปใช้งานในรูปแบบที่เหมาะสม ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่า AI มีศักยภาพในการพลิกโฉมอุตสาหกรรมต่างๆ โดยมีข้อดีที่สำคัญดังต่อไปนี้
ลดความผิดพลาดของมนุษย์
• หากตั้งโปรแกรมถูกต้อง AI จะทำงานไม่ผิดพลาด
• โมเดล AI ถูกสร้างขึ้นจากการวิเคราะห์ การคาดการณ์ดังนั้นจึงไม่ทิ้งข้อผิดพลาดใด ๆ ไว้
• ช่วยประหยัดเวลา และทรัพยากร และช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
ประมวลผลข้อมูล Big Data ได้อย่างราบรื่น
• AI มีทักษะ และอัลกอริทึมทั้งหมดในการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ และหาข้อสรุปได้ในเวลาอันสั้น
• AI สามารถเข้าใจและดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องซึ่งจําเป็นสําหรับการวิเคราะห์ได้อย่างรวดเร็ว
ดําเนินงานที่มีความเสี่ยงและเป็นอันตรายอย่างมีประสิทธิภาพ
ประยุกต์ใช้ AI ในพื้นที่ที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ได้
• ระบบ AI ช่วยลดความเสี่ยงในงานที่เป็นอันตราย ตัวอย่างเช่น หุ่นยนต์สามารถรับภารกิจที่เป็นอันตรายเช่นการทําเหมืองถ่านหินการสํารวจทางทะเลการช่วยเหลือในการปฏิบัติการกู้ภัยในภัยพิบัติทางธรรมชาติ และอื่นๆ
ช่วยปรับปรุงกระบวนการและขั้นตอนการทำงาน
AI ช่วยให้บริษัทเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เพิ่มผลผลิต และเพิ่มรายได้
• ช่วยในการปรับปรุงกระบวนการที่ยุ่งยากและให้กระบวนการทำงานที่ดีขึ้นโดยปราศจากข้อผิดพลาด
AI ช่วยให้บริษัทเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เพิ่มผลผลิต และเพิ่มรายได้
• ช่วยในการปรับปรุงกระบวนการที่ยุ่งยากและให้กระบวนการทำงานที่ดีขึ้นโดยปราศจากข้อผิดพลาด
ตัวอย่างการใช้งานทางธุรกิจของเทคโนโลยี AI ได้แก่
1. การตลาด
เครื่องมือของ Mandala AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อระบุแนวโน้มทางการตลาดและช่วยพัฒนากลยุทธ์การตลาดให้มีความแม่นยำและประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
2. ความบันเทิง
YouTube, Netflix, TikTok นำข้อมูลหนังหรือคลิปวีดีโอที่ลูกค้าเข้าชมบ่อยมาปรับใช้กับระบบแนะนำภาพยนต์หรือวีดีโอ
3. การทำนาย และการตัดสินใจ
เช่น การทำนายการตลาดในอนาคต และการตัดสินใจการลงทุน
4. การแก้ไขปัญหา
เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาวิธีการแก้ไขปัญหาทางธุรกิจ
5. การทำงานอัตโนมัติ
เช่น ตัวช่วยอย่าง Siri และ Alexa ที่สามารถรับคำสั่งจากเสียงของผู้ใช้งาน โดยทำหน้าที่ช่วยเหลือ และอำนวยความสะดวกในบ้าน ตอบคำถามต่าง ๆ รวมไปถึงสั่งของออนไลน์ได้
6. การตรวจสอบความถูกต้อง และความเหมาะสม
ตัวอย่างเช่น Grammarly เป็นโปรแกรมที่ช่วยตรวจสอบความถูกต้องของคำและไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์สำหรับธุรกิจที่ต้องการสร้างเนื้อหา (Content) ภาษาอังกฤษที่มีคุณภาพและน่าเชื่อถือ

Machine Learning (ML) คืออะไร ?
คือกระบวนการเรียนรู้ของ AI ที่ช่วยให้ AI สามารถพัฒนาความสามารถผ่านการป้อนข้อมูลที่มนุษย์ต้องการสอน หรือที่เรียกว่า “Training AI” โดยโมเดล (Model) จะเรียนรู้จากชุดข้อมูล (Data) และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับข้อมูลใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนได้
ตัวอย่างที่เห็นได้ในชีวิตประจำวัน เช่น Facebook สามารถคาดเดาสินค้าที่เราสนใจ, YouTube แนะนำวิดีโอที่ตรงกับความชอบของเรา หรือ Instagram รู้ว่าเราชื่นชอบรูปภาพแบบไหน ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากการเรียนรู้ของ AI หรือที่เรียกว่า Machine Learning
ในหัวข้อต่อไป เราจะมาทำความรู้จักกับประเภทต่างๆ ของ Machine Learning และลักษณะการทำงานของแต่ละประเภท
2. การเรียนรู้โดยไม่มี Data มาสอน (Unsupervised Learning) ซึ่งไม่มีการให้ผลลัพธ์ของข้อมูลตัวอย่าง และโมเดลต้องเรียนรู้จากข้อมูลเอง
3. การเรียนรู้ตามสภาพเเวดล้อม (Reinforcement Learning) ซึ่งจะมีการให้ระบบเรียนรู้จากการรับรู้ผลลัพธ์จากการกระทำของตัวเองในสภาวะต่างๆ โดยมีการให้รางวัลหรือลดคะแนนเป็นตัวกำหนดในการแนะนำการกระทำต่อไปของระบบ.
ตัวอย่างเครื่องมือที่ใช้ AI

หนึ่งในตัวอย่างของการใช้งาน AI ที่อยู่ใกล้ตัวเราคือเทคโนโลยีการสแกนใบหน้าด้วยระบบ Biometrics สำหรับการปลดล็อกโทรศัพท์ เช่น Apple Face ID ซึ่งใช้เทคโนโลยี AI และ Machine Learning ในการจดจำใบหน้า โดยระบบจะตรวจสอบและตัดสินว่าบุคคลที่กำลังปลดล็อกโทรศัพท์นั้นเป็นเจ้าของเครื่องหรือไม่ หลายคนอาจสงสัยว่า Biometrics คืออะไร? เราจะมาทำความเข้าใจกับคำนี้กันต่อไป
Biometrics คือ เทคโนโลยีที่ใช้ในการระบุตัวตน และ พิสูจน์ผู้ใช้งาน โดยใช้เทคนิคการนำเอกลักษณ์แต่ละบุคคล มาวิเคราะห์เปรียบเทียบความแตกต่าง โดยเทคโนโลยีหลัก ๆ ที่ใช้ Biometrics 1.การแสกนใบหน้า 2.การแสกนลายนิ้วมือ 3.การแสกนม่านตา 4.การพิสูจน์ลายเซ็น 5.การพิสูจน์เสียง เป็นต้น

ตัวอย่างเครื่องมือ Social Listening ของ Mandala AI ที่สามารถช่วยให้เเบรนด์ต่าง ๆ เข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคบนออนไลน์ สามารถ ค้นหาไอเดียการทำคอนเทนต์ต่าง ๆ และสามารถเก็บ Insight ของผู้บริโภคมาพัฒนาสินค้าต่อในอนาคต Mandala AI ได้ใช้เทคโนโลยี AI ในการกำหนดคะแนนของโพสต์ หรือที่เรียกกันว่า Mandala Score ซึ่ง Mandala Score สามารถช่วยให้ทราบถึงเนื้อหาที่ได้รับความสนใจจริง ๆ ของคอนเทนต์นั้น ซึ่งถือว่าเป็นตัวช่วยกรอกข้อมูลที่มีคุณภาพสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งานอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องสำรวจหรือเสียเวลาในการกรองข้อมูลนั้น ๆ เอง
สามารถทดลองใช้งาน Mandala Analytics ได้ฟรีที่นี้

ตัวอย่างเครื่องมือที่ใช้ AI ในการวาดภาพของ Open AI
DALL·E 2 คือ AI Art Generator ที่สามารถ Generate หรือสร้างรูปภาพโดยขึ้นโดยขึ้นอยู่กับการใส่ Keyword ของเรา เช่นในรูปภาพตัวอย่างได้ใส่ Keyword ว่า A Beagle eating pad Thai AI ก็จะสร้างผลงานศิลปะออกมาให้เราเห็น ซึ่ง AI ของ DALL·E 2 สามารถเป็นเเรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานศิลปะอย่างอิสระหรือสร้างไอเดียในการผลิตงานศิลป์ให้กับสายงานต่าง ๆ ได้อีกด้วยตัวอย่างเครื่องมือที่ใช้ AI ในการวาดภาพของ Open AI
DALL·E 2 คือ AI Art Generator ที่สามารถ Generate หรือสร้างรูปภาพโดยขึ้นโดยขึ้นอยู่กับการใส่ Keyword ของเรา เช่นในรูปภาพตัวอย่างได้ใส่ Keyword ว่า A Beagle eating pad Thai AI ก็จะสร้างผลงานศิลปะออกมาให้เราเห็น ซึ่ง AI ของ DALL·E 2 สามารถเป็นเเรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานศิลปะอย่างอิสระหรือสร้างไอเดียในการผลิตงานศิลป์ให้กับสายงานต่าง ๆ ได้อีกด้วย

อีกหนึ่งตัวอย่างเครื่องมือที่ใช้ AI ในการวาดภาพของ Bing Image Creator (Microsoft)
เครื่อมือ Bing Image Creator สามารถ Generate คำสั่งที่มนุษย์ได้ป้อนคำสั่งนั้น มาแปลงในรูปแบบของรูปภาพ คล้าย ๆ กับของ DALL·E 2 แต่ความสามารถของ Bing Image Creator นั้นไม่ได้มีแค่ภาพนิ่งเท่านั้นยังสามารถออกแบบข้อความตัวหนังสือ ภาพ และวีดีโอได้อีกด้วย
สามารถลองใช้งานได้ที่นี่เลยครับ Bing Image Creator
ที่มา: https://blogs.microsoft.com/blog/2023/03/21/create-images-with-your-words-bing-image-creator-comes-to-the-new-bing/

Bard อีกหนึ่ง AI ในรูปแบบ Chatbot ของ Google ที่พึ่งประกาศเปิดตัวในวันที่ 21 มีนาคม 2023 ซึ่ง ณ เวลาสามารถเข้าไป Join waitlist เพื่อทดลองใช้งานได้แล้ว
ตัวอย่างฟังก์ชันที่ทำได้
• ช่วยเขียนนวนิยายได้
• ไกด์สิ่งของสำหรับเดินทางในสุดสัปดาห์
• ให้คำเเนะนำอาหารมีโปรตีนสูงสำหรับคนที่เป็น Vegan
สำหรับผู้ที่สนใจ Bard สามารถเข้าไปที่ Join Google เพื่อเข้าถึงได้เลยครับ
ที่มา: https://www.macrumors.com/2023/03/21/google-bard-ai-chatbot-waitlist/

ChatGPT ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากระแสการเข้ามาของ ChatGPT มาแรงถึงขั้นหลาย ๆ คนต่างเอามาทำคอนเทนต์ หรือไม่ก็เอามาเพื่อส่งเสริมงานให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นในเวลาอันสั้น ซึ่ง ChatGPT เป็น AI ประเภท Chatbot โดย Chat GPT สามารถตอบคำถามในสิ่งที่คุณสงสัยอย่างรวดเร็ว ด้วยรูปประโยคที่เข้าใจง่าย และมีความสร้างสรรค์เป็นธรรมชาติเหมือนมนุษย์มาโต้ตอบกับคุณ
ตัวอย่างฟังก์ชันที่ทำได้
• ช่วยเขียนเรียงความ
• ช่วยเขียนรูปแบบอีเมลล์
• ช่วยเขียนโปรเเกรมเบื้องต้น
• ช่วยบอกสูตรอาหารที่คุณอาจไม่เคยรู้
• ช่วยวางแผนการท่องเที่ยว
• ช่วยหาโปรเเกรมต่าง ๆ ที่คุณอาจไม่รู้ในอินเตอร์เน็ต
เราควรกลัว AI หรือไม่ ?
การรายงานข่าวของสื่อเกี่ยวกับการเติบโตของ AI มักมีน้ำเสียงเชิงลบและสร้างความตื่นตระหนก ซึ่งเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ เนื่องจากมนุษย์โดยธรรมชาติมักระมัดระวังต่อการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะเมื่อมีเทคโนโลยีใหม่และไม่คุ้นเคยเข้ามา เรามักพิจารณาถึงความเสี่ยงหรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้น เช่น ภาพในนิยายวิทยาศาสตร์หรือภาพยนตร์ที่มักจินตนาการถึงสถานการณ์เลวร้าย อย่างการที่หุ่นยนต์เข้าควบคุมโลก แม้เรื่องเหล่านี้จะน่าตื่นเต้น แต่ในความเป็นจริงแล้วกลับไม่สมเหตุสมผล
เราทราบดีว่าการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่อาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอาชีพและรูปแบบการทำงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาหลายศตวรรษ ยกตัวอย่างเช่น การมาถึงของอินเทอร์เน็ตที่เปลี่ยนแปลงการสื่อสารทั่วโลก หรือการพัฒนาจอโทรศัพท์แบบสัมผัสที่พลิกโฉมการใช้งานอุปกรณ์พกพา ดังนั้น แทนที่จะมอง AI เป็นภัยคุกคาม การสำรวจโอกาสที่เทคโนโลยีนี้จะนำมาช่วยพัฒนาสังคมและวิถีชีวิตของเราน่าจะเป็นมุมมองที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์มากกว่า
AI เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ชีวิตของมนุษย์ง่ายขึ้นและสามารถช่วยชีวิตผู้คนได้ในหลากหลายด้าน ตัวอย่างเช่น AI ช่วยแพทย์ในการวินิจฉัยโรค ค้นหาวิธีการรักษาที่เหมาะสม และจัดการข้อมูลผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะในยุคที่ประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นทั่วโลก
นอกจากนี้ AI ยังมีบทบาทสำคัญในการลดการปล่อยมลพิษและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยการออกแบบกระบวนการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยประหยัดต้นทุนและทรัพยากร AI ยังสามารถเพิ่มความปลอดภัยด้วยการทำงานในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงอันตรายแทนมนุษย์ และช่วยเพิ่มเวลาว่างในชีวิตประจำวันด้วยการจัดการงานอัตโนมัติ
ไม่ว่าเราจะมีมุมมองอย่างไรต่อ AI การปรับตัวและทำความเข้าใจเทคโนโลยีนี้เป็นสิ่งสำคัญ การเปิดรับและเรียนรู้ AI จะช่วยให้เราสามารถใช้ประโยชน์สูงสุดจากเทคโนโลยีที่น่าทึ่งนี้ในการพัฒนาการทำงานและชีวิตของเราให้ดียิ่งขึ้น